เลนส์ลอกซ่อมได้ไหม เกิดจากอะไร? แนะนำวิธีดูแลเลนส์แว่นให้ใช้ได้นาน

แว่นตาที่ใส่ทุกวัน ถ้าเริ่มมองเห็นไม่ชัด มีคราบขุ่น หรือผิวเลนส์ดูเป็นรอย เช็ดแล้วก็ไม่หาย อาจไม่ใช่แค่เลนส์แว่นสกปรกทั่วไป แต่อาจเป็นอาการของเลนส์ลอกที่อาจต้องทำให้คุณต้องตัดแว่นใหม่เพื่อให้กลับมามองเห็นชัดเหมือนเดิม บทความนี้ แว่นตามองเด้จะพาคุณไปทำความเข้าใจกับสาเหตุที่ทำให้เลนส์ลอกรวมถึงแนวทางดูแลเลนส์แว่นตาอย่างถูกต้อง เพื่อยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานมากขึ้น 


Key Takeaways

  • เลนส์ลอกมักสังเกตได้จากอาการเลนส์ขุ่น เป็นคราบด่าง มีรอยแตกลาย หรือเช็ดแล้วไม่กลับมาใสเหมือนเดิม
  • ผิวเคลือบเลนส์ที่ลอกแล้วซ่อมให้กลับมาเหมือนเดิมไม่ได้ หากเลนส์ลอกจะต้องเปลี่ยนเลนส์คู่ใหม่เพื่อให้กลับมาใช้งานได้ปกติอีกครั้ง
  • สาเหตุที่ทำให้เลนส์ลอกไว ได้แก่ ความร้อนสูง รอยขีดข่วน สารเคมี และคราบน้ำสะสม ซึ่งหลายอย่างเป็นพฤติกรรมใกล้ตัวที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน
  • การดูแลแว่นอย่างถูกวิธีช่วยยืดอายุเลนส์ได้ เช่น ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดแว่น ล้างเลนส์ก่อนเช็ด ใช้น้ำยาล้างเลนส์เฉพาะ ไม่วางแว่นในรถร้อน และเก็บแว่นในกล่องเมื่อไม่ใช้งาน

สารบัญบทความ

ทำความรู้จักผิวเคลือบเลนส์ คืออะไร

ผิวเคลือบเลนส์ลอกเป็นอย่างไร

หาสาเหตุผิวเคลือบเลนส์ลอก เกิดจากอะไรได้บ้าง

ผิวเคลือบเลนส์ลอก ซ่อมได้ไหม

ดูแลรักษาแว่นอย่างไร ป้องกันผิวเคลือบเลนส์ลอก ใช้งานได้ยาวนาน

ข้อห้ามสำหรับคนใส่แว่น ป้องกันเลนส์ลอกไว

เลนส์ลอกป้องกันได้ ถ้าดูแลแว่นตาอย่างถูกวิธี

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

ทำความรู้จักผิวเคลือบเลนส์ คืออะไร

ผิวเคลือบเลนส์


ผิวเคลือบเลนส์ คือชั้นเคลือบพิเศษ ที่อยู่บนผิวเลนส์แว่นตาทำหน้าที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและปกป้องเลนส์ให้ใช้งานได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความทนทาน ช่วยลดแสงสะท้อน ลดรอยขีดข่วน ป้องกันรังสี UV  ลดการเกาะของครายสกปรกและหยดน้ำหรือช่วยให้เช็ดทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น พูดง่าย ๆ คือไม่ได้มีไว้แค่ทำให้เลนส์ดูใสสวยเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณมองเห็นสบายตา ใช้งานแว่นได้มั่นใจ และช่วยยืดอายุเลนส์ให้ใช้ได้นานขึ้นด้วย

ผิวเคลือบเลนส์มีกี่ชนิด อะไรบ้าง

โดยทั่วไปผิวเคลือบเลนส์มีหลายชนิด ซึ่งแต่ละแบบจะมีหน้าที่ต่างกันออกไป และสามารถเลือกให้เหมาะกับการใช้งานของแต่ละคนได้ ไม่ว่าจะเป็นแว่นสายตาสั้น หรือแว่นสายตาเอียง ตลอดจนเลนส์สำหรับใช้งานเฉพาะทาง แว่นตามองเด้ขอสรุปชนิดที่พบบ่อยและควรรู้ไว้แบบเข้าใจง่าย ดังนี้ 


  • สารเคลือบกันรอยขีดข่วน ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ผิวเลนส์ ลดโอกาสเกิดรอยจากการใช้งานประจำวัน เช่น การเช็ดเลนส์ การวางแว่น หรือการเก็บแว่นในกระเป๋าโดยไม่ใส่กล่องแว่น
  • สารเคลือบลดแสงสะท้อน ช่วยลดเงาสะท้อนบนหน้าเลนส์ ทำให้มองเห็นชัดขึ้น โดยเฉพาะเวลาขับรถตอนกลางคืน ใช้คอมพิวเตอร์ หรืออยู่ในที่มีแสงไฟเยอะ ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องการเลนส์มองสบายตา รวมถึงผู้ที่เลือกใช้เลนส์มัลติโค้ตเปลี่ยนสีด้วย
  • สารเคลือบป้องกันรังสี UV ช่วยปกป้องดวงตาจากรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งเป็นแสงที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่สามารถส่งผลต่อสุขภาพดวงตาได้เมื่อได้รับสะสมนาน ๆ
  • สารเคลือบกรองแสงสีฟ้า ช่วยลดแสงสีฟ้าบางส่วนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรือแท็บเล็ต เหมาะกับคนที่ใช้สายตากับหน้าจอเป็นเวลานาน หรือผู้ที่กำลังมองหาแว่นสายตากรองแสงสำหรับใช้งานในชีวิตประจำวัน
  • สารเคลือบกันน้ำและคราบมัน ช่วยให้หยดน้ำ ฝุ่น และคราบมันเกาะบนเลนส์ได้ยากขึ้น ทำให้เช็ดทำความสะอาดง่าย เลนส์ดูใส และดูแลแว่นได้สะดวกขึ้น
  • สารเคลือบกันฝ้า ช่วยลดการเกิดฝ้าบนเลนส์ในบางสถานการณ์ เช่น เวลาใส่หน้ากากอนามัย อยู่ในห้องแอร์ หรือเจออากาศเปลี่ยนกะทันหัน

ผิวเคลือบเลนส์ลอกเป็นอย่างไร

ผิวเคลือบเลนส์ลอก คืออาการที่ชั้นเคลือบบนผิวเลนส์เริ่มเสื่อมหรือหลุดออกจากผิวเลนส์ ทำให้เลนส์ดูไม่ใสเหมือนเดิม คุณอาจสังเกตเห็นเป็นคราบขุ่น ๆ รอยด่าง รอยเป็นวง หรือเส้นแตกเล็ก ๆ บนหน้าเลนส์ บางครั้งดูคล้ายเลนส์เป็นฝ้า เช็ดเท่าไหร่ก็ไม่หาย เพราะคราบที่เห็นไม่ได้อยู่บนผิวเลนส์เหมือนฝุ่นหรือคราบมันทั่วไป แต่เป็นความผิดปกติของชั้นเคลือบเลนส์โดยตรง เมื่อเลนส์แว่นตาลอกมากขึ้นอาจทำให้มองภาพไม่ชัด รู้สึกแสงฟุ้ง แสงสะท้อนมากขึ้น หรือใส่แว่นแล้วสบายตาน้อยลง

หาสาเหตุผิวเคลือบเลนส์ลอก เกิดจากอะไรได้บ้าง

ผิวเคลือบเลนส์ที่เสียหาย นอกจากการเสื่อมสภาพตามอายุใช้งานแล้ว ยังมีปัจจัยต่าง ๆ ที่สะสมระหว่างการใช้งานในชีวิตประจำวันที่เร่งให้ผิวเคลือบเลนส์ลอกเร็วขึ้น ดังนี้

ความร้อนสูง

ความร้อนเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ผิวเคลือบเลนส์แว่นลอกไวกว่าปกติ โดยเฉพาะการวางแว่นไว้ในรถที่จอดกลางแดด วางใกล้เตา ไดร์เป่าผม หรือบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงเป็นเวลานาน เพราะความร้อนอาจทำให้ชั้นเคลือบเลนส์ขยายตัวหรือเสียสภาพ จนเกิดเป็นรอยแตกลาย คราบขุ่น หรือผิวเคลือบหลุดลอกได้

รอยขีดข่วนจากการใช้งาน

การใช้งานแว่นในชีวิตประจำวันอาจทำให้เลนส์เกิดรอยขีดข่วนได้โดยไม่รู้ตัว เช่น ใช้ชายเสื้อหรือทิชชู่แห้งเช็ดเลนส์ วางแว่นคว่ำหน้าเลนส์ลงบนโต๊ะ หรือเก็บแว่นรวมกับกุญแจและของแข็งอื่น ๆ เมื่อผิวเลนส์มีรอยมากขึ้น ชั้นเคลือบก็อาจถูกทำลายจนเริ่มลอก เป็นคราบ หรือทำให้มองเห็นไม่ใสเหมือนเดิม

ปฏิกิริยาเคมี

สารเคมีบางชนิดสามารถทำร้ายผิวเคลือบเลนส์ได้ เช่น แอลกอฮอล์ น้ำยาทำความสะอาดที่ไม่เหมาะกับเลนส์แว่นตา สเปรย์ฉีดผม น้ำหอม หรือสารเคมีจากเครื่องสำอาง หากสัมผัสกับเลนส์บ่อย ๆ อาจทำให้ชั้นเคลือบเสื่อมเร็วขึ้น จนเกิดอาการเลนส์ลอกหรือเป็นคราบด่างได้ 

คราบน้ำ

คราบน้ำที่ดูเหมือนจะเช็ดออกได้ง่าย ๆ ก็อาจส่งผลต่อผิวเคลือบเลนส์ได้เหมือนกัน โดยเฉพาะน้ำที่มีแร่ธาตุปนอยู่ หากปล่อยให้แห้งติดเลนส์นาน ๆ อาจเกิดเป็นคราบฝังแน่น เช็ดออกยาก และทำให้ผิวเลนส์ลอก ดูขุ่นมัวได้ 

ผิวเคลือบเลนส์ลอก ซ่อมได้ไหม

ผิวเคลือบเลนส์ลอกจะไม่สามารถซ่อมให้กลับมาเหมือนเดิมได้ เนื่องจากชั้นเคลือบเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการผลิตเลนส์ เมื่อเกิดการเสื่อมสภาพหรือเลนส์แว่นลอกแล้ว จะต้องเปลี่ยนเลนส์แว่นใหม่เท่านั้น 

นอกจากนี้ การขัดหรือใช้น้ำยาที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้เลนส์แว่นตาลอกมากขึ้น จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการดูแลและใช้งานเลนส์อย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยยืดอายุการใช้งานของแว่นตา

  • ตัดแว่นที่ไหนดี? เลือกร้านตัดแว่นยังไงให้คุ้มค่าทั้งราคาและคุณภาพ อ่านต่อได้ที่ : ตัดแว่นที่ไหนดี

ดูแลรักษาแว่นอย่างไร ป้องกันผิวเคลือบเลนส์ลอก ใช้งานได้ยาวนาน

ล้างแว่นตา


การดูแลแว่นอย่างถูกวิธีตั้งแต่แรก ช่วยลดโอกาสเกิดผิวเคลือบเลนส์ลอก และทำให้แว่นคู่โปรดของคุณใช้งานได้นานขึ้น

  • ใช้ผ้าเช็ดเลนส์โดยเฉพาะ เช่น ผ้าไมโครไฟเบอร์ ที่เนื้อผ้าละเอียดสูง
  • ล้างเลนส์ก่อนเช็ด หากมีฝุ่นหรือคราบ ควรล้างน้ำก่อนเพื่อลดรอยขีดข่วน
  • ทำความสะอาดแว่นโดยใช้น้ำยาทำความสะอาดเลนส์โดยเฉพาะ 
  • เก็บแว่นในกล่องเมื่อไม่ใช้งาน ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนและการกดทับ
  • เช็ดคราบน้ำและเหงื่อเป็นประจำ ป้องกันคราบสะสมบนผิวเลนส์

ข้อห้ามสำหรับคนใส่แว่น ป้องกันเลนส์ลอกไว

นอกจากวิธีดูแลแว่นที่ควรทำแล้ว ยังมีพฤติกรรมบางอย่างที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจทำให้ผิวเคลือบเลนส์ลอกไวขึ้นได้ 

  • หลีกเลี่ยงการใช้ชายเสื้อหรือทิชชู่เช็ดเลนส์แว่น
  • หลีกเลี่ยงความร้อนสูง ไม่วางแว่นในรถตากแดดหรือใกล้แหล่งความร้อน
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และน้ำยาทำความสะอาดทั่วไป ที่อาจเร่งให้ผิวเคลือบเลนส์เสื่อมสภาพ
  • ห้ามขัดเลนส์แรง ๆ เมื่อมีคราบฝังแน่น เพราะจะยิ่งทำให้ผิวเคลือบเลนส์เสียหายมากขึ้น

เลนส์ลอกป้องกันได้ ถ้าดูแลแว่นตาอย่างถูกวิธี


เลนส์ลอกเป็นปัญหาที่หลายคนอาจมองข้ามในช่วงแรก แต่เมื่อปล่อยไว้อาจทำให้เลนส์ขุ่น มองไม่ชัด และใส่แว่นแล้วไม่สบายตา แม้ผิวเคลือบเลนส์ที่ลอกจะซ่อมให้กลับมาเหมือนเดิมไม่ได้ แต่การเข้าใจสาเหตุและดูแลแว่นอย่างถูกวิธี จะช่วยยืดอายุการใช้งานของเลนส์ได้มากขึ้น


หากคุณเริ่มสังเกตว่าเลนส์มีคราบขุ่น เป็นรอย หรือใส่แล้วมองไม่สบายตา แล้วกำลังมองหา
ร้านตัดแว่นใกล้ฉัน แว่นตามองเด้พร้อมช่วยตรวจเช็กสภาพแว่น วัดสายตาโดยพนักงานผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้การดูแลจากนักทัศนมาตรผ่านวิดีโอคอล พร้อมแพ็กเกจกรอบพร้อมเลนส์เริ่มต้น 990 บาท และการรับประกัน BVAX Warranty เปลี่ยนเลนส์ฟรีภายใน 1 ปี หากใส่แว่นแล้วไม่สบายตา มีสาขาครอบคลุมทั่วประเทศ หรือจัดส่งฟรีทั่วไทย


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่


คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

เลนส์ลอก ส่งผลเสียต่อดวงตาอย่างไรบ้าง?

เลนส์ลอกไม่ได้ทำร้ายดวงตาโดยตรง แต่ส่งผลต่อการมองเห็นได้ เช่น เลนส์ขุ่น แสงฟุ้ง มองไม่ชัด หรือใส่แล้วรู้สึกไม่สบายตา หากปล่อยไว้นาน อาจทำให้คุณต้องเพ่งสายตามากขึ้นโดยไม่รู้ตัว


น้ำยาล้างจานทำให้ผิวเคลือบเลนส์ลอกจริงไหม หรือควรใช้อะไรล้างดีที่สุด?

น้ำยาล้างจานบางชนิดอาจมีสารทำความสะอาดหรือสารแต่งกลิ่นที่แรงเกินไปสำหรับผิวเคลือบเลนส์ จึงไม่แนะนำให้ใช้เป็นประจำ ทางที่ดีควรใช้น้ำยาเช็ดเลนส์โดยเฉพาะ หรือใช้น้ำสะอาดล้างเบา ๆ แล้วเช็ดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์


การใส่แว่นอาบน้ำอุ่น ทำให้เลนส์ลอกไวขึ้นไหม?

มีโอกาสทำให้เลนส์ลอกไวขึ้นได้ เพราะไอน้ำและความร้อนจากน้ำอุ่นอาจทำให้ผิวเคลือบเลนส์เสื่อมสภาพเร็วขึ้น แว่นตามองเด้แนะนำให้ถอดแว่นก่อนอาบน้ำ และเก็บไว้ในที่แห้งเพื่อช่วยถนอมเลนส์

กลับไปยังบล็อก